เรียนต่อต่างประเทศ

สหราชอาณาจักร
สหรัฐอเมริกา
ออสเตรเลีย
แคนาดา
นิวซีแลนด์

บทความที่น่าสนใจ

Study With INTO

mba

australian-student-visa

work-n-study

work-n-study-ca

สถาบันที่น่าสนใจ

Bloombury International

Avalon School

Shane Global

LSI

Eurocentres Language Learning Worldwide

ISIS

St Giles International

GEOS Language Plus

Zoni Language Centers

Mercury Colleges

:: UPDATE ::

  • สถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทยประกาศปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าหลายประเภท สำหรับอัตราของวีซ่านักธุรกิจ/ท่องเที่ยว (B1/B2) วีซ่านักเรียน (F) วีซ่านักเรียนแลกเปลี่ยน (J) เป็นคนละ $140 หรือ 4,620 บาท ตั้งแต่ 4 มิ.ย. 53 เป็นต้นไป http://thai.bangkok.usembassy.gov/niv_visafees.html
  • สถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทยประกาศใช้ DS-160 อย่างเป็นทางการ เริ่มตั้งแต่ 12 พ.ค. 53 เป็นต้นไป และยกเลิกการใช้ DS-156, DS-157, DS-158 กับวีซ่าชั่วคราว (เช่น ท่องเที่ยว นักเรียน ฯลฯ) ตั้งแต่ 31 พ.ค. 53
  • http://thai.bangkok.usembassy.gov/niv_visaforms_photoreq.html
  • Update ค่าใช้จ่าย (ตั้งแต่ 4 มิ.ย. 53) http://thai.bangkok.usembassy.gov/niv_visafees.html
    • ค่า Pin จองวันสัมภาษณ์ทางเวบไซต์ $12 (408 บาท) ถ้าจองผ่านทางโทรศัพท์ $20 (680 บาท) คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียดการจองวันสัมภาษณ์
    • ค่าธรรมเนียมขอวีซ่าอเมริกาวีซ่านักธุรกิจ/ท่องเที่ยว (B1/B2) วีซ่านักเรียน (F) วีซ่านักเรียนแลกเปลี่ยน (J) (จ่ายที่ไปรษณีย์) คนละ $140 (4,620 บาท)
    • update ค่า SEVIS Fee ตั้งแต่ 27 ต.ค. 51 (สำหรับวีซ่านักเรียน) จากคนละ 100 USD ขึ้นราคาเป็นคนละ 200 USD
    • ค่า EMS ส่งพาสปอร์ตคืน จ่ายในสถานทูตหลังจากผ่านสัมภาษณ์ ราคา 75 บาท

เอกสารที่ต้องใช้ยื่นวีซ่านักเรียน

  1. Passport มีอายุเหลือไม่ต่ำกว่า 6 เดือนในวันเดินทาง
  2. DS-160
  3. รูปถ่าย 2x2 นิ้ว ฉากหลังสีขาวเท่านั้น เห็นใบหน้าใหญ่ๆ เห็นใบหูชัดเจน ไม่ใส่ตุ้มหู แล้วแปะรูปลงในแบบฟอร์ม DS-160 แผ่นแรกให้พอดีช่องแปะรูป
  4. ใบเสร็จค่าธรรมเนียม 4,620 บาท ($140) จ่ายที่ไปรษณีย์ บอกว่าจ่ายค่าธรรมเนียมวีซ่าอเมริกา โดยต้องสะกดชื่อให้ตรงกับพาสปอร์ต จ่ายแล้วจะได้ใบเสร็จ ค่าธรรมเนียมนี้ต้องจ่ายก่อนวันที่ไปสัมภาษณ์ จะจ่ายก่อนหรือหลังจากการจองวันสัมภาษณ์ก็ได้ เพราะวันสัมภาษณ์ที่สถานฑูตต้องนำใบเสร็จไปยื่นพร้อมเอกสารขอวีซ่า ใบเสร็จมีอายุ 1 ปี ใช้ได้ครั้งเดียว
  5. I-20 ที่ได้จากสถาบันการศึกษาที่จะไปเรียน
  6. จ่ายค่า SEVIS ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมขอวีซ่า ต้องจ่ายทางเว็บก่อนสัมภาษณ์ ใครจะต้องจ่ายเท่าไหร่ ให้เข้าไปดูได้ที่นี่
    วิธีการชำระค่าธรรมเนียม SEVIS สามารถชำระผ่านทางอินเตอร์เน็ต ที่เว็บไซต์ https://www.fmjfee.com/i901fee/ ด้วยบัตรเครดิต บัตรเดบิต เช็ค และธนาณัติ และจากนั้นแจ้งการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกโดยกรอกแบบฟอร์ม I-901 (Fee for Remittance for Certain F, M, and J Non-immigrants)
  7. เอกสารอื่นๆที่จำเป็น แล้วแต่กรณี เช่น เอกสารของ sponsor เอกสารทางการเงินต่างๆ ผลสอบ Toefl, Transcript, etc.
จัดเรียงเอกสารที่กล่าวมาแล้วใช้ paper clip ก็พอไม่ต้องใส่แฟ้ม เพราะช่องส่งเอกสารให้เจ้าหน้าที่เป็น “หลุมสี่เหลี่ยม” ขนาดแค่ให้แหย่เอกสารแบนๆ เพราะฉะนั้นอย่าจัดเอกสารใส่แฟ้มเด็ดขาด คุณจะถูกดุและเสียเวลาดึงเอกสารออกจากแฟ้ม

บัตรประชาชนกับทะเบียนบ้านไม่ต้องใช้ แต่ต้องพกบัตรประชาชนไปด้วยเพื่อแลกบัตรผ่านประตู ทะเบียนบ้านเอาไปด้วยก็ไม่เสียหาย

 

วันสัมภาษณ์ที่สถานฑูตสหรัฐอเมริกา

เมื่อถึงวันสัมภาษณ์ให้นำเอกสารทุกอย่างที่เตรียมไว้ (ไม่ต้องใส่แฟ้ม แค่เรียงเป็นปึกแล้วคลิปไว้) นำไปใช้ในการสัมภาษณ์วีซ่าสถานฑูตอเมริกา ถ.วิทยุ อยู่ตรงข้ามอาคารสินธรให้ไปก่อนเวลานัด 1 ชั่วโมง หยิบใบนัดที่ปรินท์มาเตรียมไว้ จะมีพนักงานเสื้อสีม่วงมาเรียกชื่อเป็นรอบๆตามเวลานัดที่จองคิวไว้ตรวจและจัดเรียงเอกสารให้ เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปยืนต่อคิวตั้งแต่เช้ามืดเหมือนเมื่อก่อน

พอเข้าประตูไปแล้วต้องฝากอุปกรณ์อิเลกทรอนิกส์ต่างๆไว้ที่ด้านหน้า ฝากของพร้อมบัตรประชาชน ส่งกระเป๋าให้เจ้าหน้าที่แล้วเดินผ่านเครื่องสแกนเหมือนในสนามบิน เสร็จแล้วก็รับกระเป๋าคืน หลังจากนั้นก็ผลักประตูเข้าไปอีกชั้นหนึ่ง

ตอนนี้ก็เข้าไปยืนเข้าแถวรอเข้าสัมภาษณ์ ก่อนเข้าไปสัมภาษณ์จะต้องซื้อซอง EMS ไปรษณีย์ที่สถานฑูต จ่ายค่าธรรมเนียมคนละ 65 บาท (ควรเตรียมเงินไปให้พอดี และไม่คืนค่าธรรมเนียมแม้ว่าวีซ่าไม่ผ่าน) จะได้รับซอง 1 ซอง พร้อมใบเสร็จ ให้เขียนชี่อที่อยู่เหมือนที่กรอกในใบคำร้อง แล้วเข้าช่องพร้อมยื่นเอกสารวีซ่าทั้งหมด

ใบคำร้องขอส่งพาสปอร์ตทางไปรษณีย์สามารถกรอกเอาไว้ก่อนก็ได้ ตาม link นี้

ถ้าขอวีซ่าที่เชียงใหม่ต้องซื้อซองที่ไปรษณีย์แม่ปิงก่อนไปสัมภาษณ์

เจ้าหน้าที่จะตรวจเอกสารแล้วให้หมายเลขประจำตัวพร้อมกับถามว่าจะสัมภาษณ์ภาษาอังกฤษหรือภาษาไทย แล้วให้เดินเข้าห้องสัมภาษณ์ด้านใน ต้องรอจนกว่าจะเรียกหมายเลขของเรา

ถ้าสัมภาษณ์ผ่านจะได้รับพาสปอร์ตคืนมาในซอง EMS ที่เราซื้อไป แต่ถ้าไม่ผ่านเราจะได้เอกสารและพาสปอร์ตคืนมาตอนสัมภาษณ์เสร็จ

ข้อมูลอ้างอิงเพิ่มเติม

ค่าธรรมเนียมการสมัครวีซ่า

จะไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมอัตราเดียวสำหรับการสมัครวีซ่าชั่วคราวทุกชนิดอีกต่อไป หาก ท่านไม่แน่ใจว่าท่านต้องค่าธรรมเนียมในอัตราใด ท่านควรชำระค่าธรรมเนียมเป็นเงินบาทไทยในอัตราเทียบเท่ากับ 140 ดอลลาร์สหรัฐฯ เสียก่อน แผนกวีซ่าจะพิจารณาว่าท่านต้องจ่ายค่าธรรมเนียมในอัตราใดในวันสัมภาษณ์ และจะแนะนำท่านว่าจะจ่ายค่าธรรมเนียมส่วนต่างได้อย่างไร เฉพาะผู้สมัครที่ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่กงสุลว่าได้รับการยกเว้นค่า ธรรมเนียมเท่านั้น ที่ไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียมการสมัครวีซ่า โดยค่าธรรมเนียมการสมัครวีซ่าที่สามารถอ่านได้ด้วยเครื่องนี้เมื่อชำระแล้ว ไม่สามารถคืนเงินได้

ค่าธรรมเนียมการสมัครวีซ่าชั่วคราว

ชนิดวีซ่า

ค่าธรรมเนียม
(ต่อคน)

(ก) วีซ่าชั่วคราวชนิดที่ไม่ต้องยื่นคำร้อง (ยกเว้นวีซ่าชั่วคราวชนิด E) รวมทั้งวีซ่าชนิด B, F, J, ฯลฯ

140 ดอลลาร์สหรัฐฯ

(ข) วีซ่าชั่วคราวชนิด H, L, O, P, Q และ R

150 ดอลลาร์สหรัฐฯ

(ค) วีซ่าชั่วคราวชนิด E

390 ดอลลาร์สหรัฐฯ

(ง) วีซ่าชั่วคราวชนิด K
(คลิกอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่)

350 ดอลลาร์สหรัฐฯ

 

ท่านสามารถชำระค่าธรรมเนียมการสมัครวีซ่าได้ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ไทย จำนวน 260 แห่งทั่วประเทศ ผู้สมัครวีซ่าไม่สามารถชำระ ค่าธรรมเนียมการสมัครได้ที่แผนกกงสุลของสถานทูตสหรัฐฯ โปรดเก็บใบเสร็จรับเงินที่ได้จากการชำระค่าธรรมเนียมไว้และนำมาในวัน สัมภาษณ์วีซ่า

 

ข้อมูลพิเศษเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมต่างๆ สำหรับผู้สมัครวีซ่านักเรียนและวีซ่าแลกเปลี่ยน

ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2004 กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ ได้เริ่มเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับดำเนินโครงการ Student and Exchange Visitor Program (SEVP) รวมทั้งการบริการโครงการ SEVIS ซึ่งเป็นระบบเก็บข้อมูลและติดตามนักเรียนและผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน ในช่วงที่บุคคลเหล่านี้อยู่ในสหรัฐฯ

 

ใครเป็นผู้ชำระค่าธรรมเนียม SEVIS

ผู้ที่ต้องการเดินทางเข้าสหรัฐฯ ในฐานะนักศึกษาต่างชาติ หรือผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนและนักวิชาการที่มีแบบฟอร์ม I-20 / DS-2019 ที่ออกให้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2004 เป็นต้นไป ต้องชำระค่าธรรมเนียม SEVIS เพิ่มเติมจากค่าธรรมเนียมการสมัคร วีซ่าชั่วคราว ค่าธรรมเนียม SEVIS นี้ไม่สามารถคืนเงินได้ ไม่ว่าวีซ่าจะได้รับการอนุมัติหรือไม่ก็ตาม

บุคคลที่เข้าร่วมในโครงการแลกเปลี่ยนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลกลาง ซึ่งรหัสของโครงการขึ้นต้นด้วย “G-1”, “G-2” หรือ “G-3” ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมนี้ คู่สมรสและบุตรติดตาม (F-2 และ M-2) ของนักเรียน หรือคู่สมรสและบุตรติดตามของผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน (J-2) ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมดังกล่าว

หมายเหตุ ตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2008 ได้มีการขึ้นค่าธรรมเนียม SEVIS ซึ่งจะมีผลกับนักศึกษาต่างชาติ ผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน และสถานศึกษาที่มีนักเรียนต่างชาติเรียนอยู่ นักศึกษาที่ได้ชำระค่าธรรมเนียม SEVIS ก่อนวันที่ 27 ตุลาคม 2008 ไม่จำเป็นต้องชำระค่าธรรมเนียมในส่วนที่เพิ่มขึ้น แม้ว่ายังไม่ได้เดินทางไปสหรัฐฯ หรือยังไม่ได้สมัครวีซ่าก็ตาม

ผู้สมัครวีซ่านักเรียน และผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนจะต้องชำระค่าธรรมเนียม SEVIS เมื่อใด

  • ผู้สมัครจะต้องชำระค่าธรรมเนียมดังกล่าวก่อนการสัมภาษณ์วีซ่า
  • ผู้ถือวีซ่าชั่วคราวที่อยู่ในสหรัฐฯ ที่สมัครขอเปลี่ยนสถานะเป็นนักเรียนหรือเปลี่ยนสถานะเป็นผู้เข้าร่วมโครงการ แลกเปลี่ยนจะต้องชำระค่าธรรมเนียมก่อนการยื่นคำร้องขอเปลี่ยนสถานะ

ประกาศสำคัญ

ตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม 2553 เป็นต้นไป สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ จะรับแบบฟอร์มการสมัครวีซ่า DS-160 เท่านั้น หากท่านพบข้อความที่อ้างถึงแบบฟอร์ม DS-156 ของวีซ่าชนิดๆ ในลิ้งค์ด้านล่าง โปรดทราบว่าเราได้เปลี่ยนไปใช้แบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์แบบใหม่แล้ว

โปรดทราบว่า ค่าธรรมเนียม SEVIS ไม่สามารถชำระได้ที่สถานทูตฯ หรือสถานกงสุลสหรัฐฯ

สำหรับข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับข้อกำหนดเกี่ยวกับวีซ่านักเรียนและวีซ่าสำหรับผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน กรุณาไปหน้าวีซ่านักเรียน ที่เว็บไซต์ของกองกิจการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ

 

[ ? ]