Fai - London

 

Faiแนะนำตัวกันหน่อยคะ
- สวัสดีค่ะ ถลัชนันท์ เอ่งฉ้วน ชื่อเล่น ฝ้าย อายุ 21 ปีค่ะ

 

ได้ข่าวว่าเพิ่งกลับมาจากไปเรียนที่ต่างประเทศ ไปเรียนอะไร ที่ไหนมาคะ
- ฝ้ายไปเรียนคอร์ส General English ที่ British study center เมือง Oxford ประเทศอังกฤษค่ะ

 

แล้วก่อนจะไปเรียนที่ประเทศอังกฤษ น้องฝ้ายเรียนอะไรมาก่อนคะ
- กำลังขึ้นปีสาม คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยค่ะ

 

แล้วทางบ้านว่าอย่างไรบ้างคะ ตอนที่น้องฝ้ายบอกว่าอยากจะไปเรียนต่างประเทศ
- ปกติแล้วเป็นคนไม่เรียนภาคฤดูร้อนของทางมหาวิทยาลัยค่ะ เลยอยากใช้เวลาว่างพัฒนาภาษาอังกฤษและอยากไปท่องเที่ยวด้วยค่ะ จึงปรึกษากับทางบ้าน โชคดีที่คุณพ่อคุณแม่สนับสนุนเต็มที่ในสิ่งที่เราอยากทำหรืออยากจะเป็นค่ะ แต่ท่านให้ฝ้ายจัดการทุกอย่างด้วยตัวเองค่ะ ตั้งแต่ขั้นตอนแรกในการหาข้อมูล หาเอเจนซี่ หรือการใช้ชีวิตที่ประเทศอังกฤษ อย่างไรก็ตามท่านก็เป็นห่วงในเรื่องของการเดินทางบ้างค่ะ เพราะว่าฝ้ายเดินทางคนเดียว ไปเรียนคนเดียวค่ะ

 

Fai at the London Eyeมีการเตรียมตัวหาข้อมูลยังไงบ้างคะ แล้วทำไมถึงเลือกไปเรียนที่ประเทศอังกฤษ
- ก่อนอื่นเลยฝ้ายอยากไปหลายที่ค่ะ มีแคนาดา สหรัฐอเมริกา และก็อังกฤษค่ะ ประกอบกับสอบถามกับพี่ที่รู้จักกันที่เคยไปเรียนซัมเมอร์ที่ประเทศอังกฤษค่ะ พี่เลยแนะนำมา และลองหาข้อมูลเพื่อตัดสินใจเอง เหตุผลที่เลือกอังกฤษเพราะว่าเป็นประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงาม และเป็นประเทศที่เป็นตัวเลือกอันดับแรกสำหรับคนที่อยากเรียนภาษาอังกฤษ เนื่องจากเราทราบกันดีอยู่แล้วว่าประเทศนี้เป็นเจ้าของภาษา และเหตุผลที่เลือก Oxford เพราะว่าเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้จริงๆค่ะ

 

 มารู้จักกับ Advice For You ได้ยังไงคะ แล้วทำไมถึงไว้ใจเลือก Advice For You เป็นที่ปรึกษาและคอยดูแลในเรื่องการเรียนต่อต่างประเทศ
- หลังจากเลือกประเทศได้แล้ว ฝ้ายก็หาข้อมูลจากเนต ก็เจอ agency ประมาณ 3 บริษัทค่ะ โทรไปสอบถามทั้งสามบริษัทค่ะ แต่ตัดสินใจเลือก Advice for you เพราะว่าครั้งแรกที่ได้คุยโทรศัพท์กับพี่เปีย เพื่อสอบถามข้อมูล พี่เปียให้ข้อมูลครบถ้วนแล้วก็สละเวลาให้สักถามที่เราสงสัย เมื่อเปรียบเทียบกับ agency อื่นแล้ว รู้สึกว่าการให้คำปรึกษาของ Advice for you เป็นกันเองมากค่ะ และการดำเนินการตามขั้นตอนเป็นไปอย่างรวดเร็วและสมบูรณ์ ผ่านไปราบรื่นจนกระทั่งขั้นตอนการจัดเอกสารขอวีซ่าค่ะ

 

บางคนบอกว่าอยู่เมืองนอกลำบาก ไม่สบายเหมือนอยู่เมืองไทย น้องฝ้ายลองเล่าเรื่องที่คิดว่าลำบากที่สุดให้ฟังหน่อยคะ
- ประโยคที่บอกว่า อยู่เมืองนอกลำบาก ไม่สบายเหมือนอยู่เมืองไทย ฝ้ายไม่เห็นด้วยทั้งหมดนะค่ะ ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับตัวบุคคล นั่นคือตัวเราว่าจะสามารถปรับตัวได้หรือไม่ สำหรับเรื่องที่ฝ้ายคิดว่าเป็นประสบการณ์ที่ลำบากที่ฝ้ายได้ไปพบเจอมา มีสองเรื่องด้วยกัน เรื่องที่หนึ่งคือ ฝ้ายอาศัยอยู่กับ Host family ที่ทางโรงเรียน British study center หาให้ค่ะ หนึ่งเดือนแรกผ่านไปได้ด้วยดี แต่ Host family ค่อนข้างกลับบ้านดึกค่ะ หรือไม่กลับบ้านเลย เราเลยต้องอาศัยอยู่ในบ้านคนเดียว มีความคิดว่าอยากเปลี่ยน Host family เพราะอยากใช้โอกาสของตัวเองให้เต็มที่ในการพูดคุยใช้ภาษาอังกฤษ ประกอบกับ Host family ของฝ้ายเองได้รับนักเรียนใหม่เข้ามาอยู่ด้วย ซึ่งเป็นวันแรกของเพื่อนฝ้ายเข้ามาอยู่ในบ้านและมีปัญหากับทาง Host family ฝ้ายและเพื่อนจึงติดต่อกับทางโรงเรียนเพื่อย้ายบ้าน หลังจากติดต่อกับทางโรงเรียนว่าจะย้านบ้าน ทางโรงเรียนแจ้งกลับมาว่าเราสามารถย้ายได้อีกสองวัน อย่างไรก็ตามเมื่อกลับมาถึงบ้าน host เดิมแล้ว เขาต้องการให้เราออกจากบ้านเขาให้ด่วนที่สุด และโดนตะคอกใส่ ด้วยความรู้สึกตกใจ จึงโทรหาพี่เปีย โดยพี่เปียช่วยเหลือฝ้ายดีมาก ได้ส่งอีเมล์ไปทางโรงเรียนเพื่อบอกเรื่องทั้งหมดและให้ย้ายบ้านให้ด่วนที่สุดค่ะ คืนนั้นฝ้ายต้องไปอยู่กับบ้าน host ของเพื่อน จากชิลี โดย Host mom ของเพื่อนให้ฝ้ายเข้าไปอยู่ 1 คืนเพื่อรอย้ายบ้าน คิดว่าเรื่องที่ลำบากระหว่างที่อยู่ในที่นู้น แต่เป็นประสบการณ์ที่ทำให้เราโตขึ้น เป็นการเปิดโลกเราก็ว่าได้ค่ะ

 

Fai at the Houses of Parliamentเรื่องที่สองคือ ปริ้นตั๋วจองเครื่องบินกลับผิดอันค่ะ สมมติว่ากำหนดกลับไทยจริงๆเราเป็นวันที่ 6 แต่ใบเดิมของเรากำหนดกลับเป็นวันที่ 8 ซึ่งเป็นความผิดของฝ้ายเอง ด้วยความสะเพร่า เพราะว่าฝ้ายเลื่อนวันกลับจากวันที่ 8 เป็นวันที่ 6 แต่กลับจำไม่ได้ว่าตัวเองเลื่อน และปริ้นใบผิดมา ซึ่งรู้ว่าตัวเองปริ้นใบผิดในตอนที่ไป check in ที่สนามบิน เลยโทรหาพี่เปียอีกตามเคย รู้สึกตอนนั้นที่ไทยจะเที่ยงคืนกว่าๆเล่นเอาพี่เปียไม่ได้นอนเลยค่ะ อีกทั้งฝ้ายเหลือเงินติดตัวแค่ 20 ปอนด์ และไม่กล้าโทรบอกทางบ้าน กลัวท่านเป็นห่วง พี่เปียและพี่เชอรี่เลยจัดการแก้ปัญหาจองโรงแรม ที่พัก ต่างๆนานาเพื่อรอกลับอีกวันนึงแล้วทำการเลื่อนตั๋วให้ ต้องขอขอบคุณทาง Advice for you เป็นอย่างมากค่ะที่ช่วยเหลือกระทั่งขึ้นตอนแรก จนเรามาเรียน และกลับถึงประเทศไทย เลยค่ะ

 

แต่บางคนก็บอกว่าอยู่เมืองนอกทั้งสบายทั้งสนุก อยากให้น้องฝ้ายเล่าเรื่องประทับใจของการไปเรียนต่อต่างประเทศครั้งนี้หน่อยคะ
- เรื่องประทับใจที่สุดของฝ้ายในการใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศอังกฤษ คือ เพื่อนและอาจารย์ที่สอนฝ้ายค่ะ ไม่รู้ว่าเป็นความโชคดีหรือเปล่า ฝ้ายเจอเพื่อนกลุ่มเดียวกันมาจากหลายชาติมากค่ะ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี ชิลี ตุรกี สวิสเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมัน ไต้หวัน ซาอุดิอาระเบีย ค่ะ เป็นเพื่อนที่น่ารัก ไปไหนไปกัน ทำให้ใช้ชีวิตสนุกที่สุด ส่วนอาจารย์เป็นคนที่น่ารักมากๆเราสามารถถามอาจารย์ พูดคุยได้เหมือนเพื่อน แม้กระทั่งตอนนี้กลับมาไทยแล้ว เรายังคงติดต่อกันอยู่ค่ะเพื่อฝึกภาษาอังกฤษ โดยมีการตั้ง Group ใน facebook เพื่อสอบถามเกี่ยวกับภาษาอังกฤษ
ชีวิตความเป็นอยู่ ไว้คุยกับเพื่อนๆค่ะ นอกจากนี้ความประทับใจที่หนีไม่พ้นเลยก็คือ สถานที่ท่องเที่ยว บรรยากาศในประเทศอังกฤษค่ะ ฝ้ายได้มีโอกาสเดินทางไปเมืองต่างๆหลายที่มากค่ะ ซึ่งเป็นบรรยากาศที่โรแมนติกมาก อีกทั้งพวกพิพิธภัณฑ์ที่มีมากมายเพื่อศึกษาเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ค่ะ

 

Fai at workหลังจากไปเรียนมาแล้ว ตอนนี้ทักษะทางภาษาเป็นอย่างไรบ้างคะ
- หลังจากเรียนมาแล้ว ตอนนี้ทักษะภาษาอังกฤษดีขึ้นมากค่ะ ยกตัวอย่าง Pronunciation ดีขึ้นมากเลยค่ะ และทักษะอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Listening, Speaking ทำให้เราสามารถพูดคุยกับเพื่อนต่างชาติ ใช้ชีวิตประจำวันกับเขาได้ค่ะ เพราะก่อนไปเรื่อง Grammar ฝ้ายพอได้บ้าง แต่เป็นคนที่ไม่ค่อยกล้าพูดเท่าไหร่ค่ะหลังจากเรียนมาความมั่นใจเพิ่มขึ้นมากเลยค่ะ

 

สุดท้าย อยากให้ฝากคำแนะนำสำหรับเพื่อนๆที่กำลังคิดจะไปเรียนต่อต่างประเทศหน่อยคะ
- ฝ้ายเห็นด้วยนะค่ะกับการที่บอกว่าเราสามารถฝึกฝนภาษาอังกฤษได้ด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตามการได้เดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ หรือระยะยาวนั้นทำให้เราเปิดโลกทัศน์ เปิดใจตัวเองให้กว้างขึ้น เห็นในสิ่งที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน รู้ในสิ่งที่เราไม่เคยรู้มาก่อนด้วยการที่เราเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในที่นั้นๆ ไม่ใช่คำบอกเล่า ฝ้ายคิดว่าเป็นเสน่ห์ของการเรียนรู้ด้วยการเดินทางอย่างหนึ่งค่ะ เพราะสิ่งที่เราได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงมันจะจดจำ ฝังลึก และติดตัวเราไปตลอด อย่างน้อยการก้าวออกไปจากที่เดิมที่เราอยู่นั้นทำให้เราต้องใช้ภาษาอังกฤษ การพึ่งพาตัวเอง เพราะเราไม่สามารถปฏิเสธถึงความสำคัญของภาษาอังกฤษในการใช้ชีวิตในโลกปัจจุบันได้ ถ้ามีโอกาส อย่าทิ้งโอกาสให้หลุดลอยไปนะค่ะ


Students - Student Zone