Juniors

เรียนโรงเรียนประถมหรือมัธยมในประเทศอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นแบบ Boarding School / Day School

ระบบการศึกษาของอังกฤษ
สำหรับคุณพ่อคุณแม่ชาวไทย ที่ไม่ได้อยู่ด้วย วีซ่าถาวร ไม่สามารถที่จะส่งลูกเข้าเรียนโรงเรียนรัฐบาลได้นะคะ น้องๆ ชาวไทยจะเข้าไปเรียนได้แต่ใน โรงเรียนเอกชนเท่านั้นค่ะ หรือที่เราเคยได้ยินกันว่า Independent schools (โรงเรียนเอกชน), boarding school (โรงเรียนประจำ โรงเรียนกินนอน) international schools (โรงเรียนนานาชาติ) Fee paying school (โรงเรียนที่ต้องจ่ายเงิน)
การศึกษาในระดับประถมศึกษา (Primary School)

จะเริ่มตั้งแต่ อายุ 4 ปี จาก Year 1-6 ดังต่อไปนี้

  • อายุ 4-7 ปี จะได้เรียนใน KEY STAGE 1 ( Year 1, Year 2)
  • อายุ 7-11 ปี เรียนใน KEY STAGE 2 (Year 3, Year 4, Year 5, Year 6)

วิชาที่เรียนได้แก่

  • Maths
  • Science
  • English
  • Design and technology (ICT)
  • History
  • Geography
  • Art and design
  • Music
  • Physical Education
  • One modern foreign language (สำหรับ y3 ขึ้นไป)
  • Religious education (ถ้าผู้ปกครองไม่อยากให้ลูกเรียนวิชานี้ก็สามารถไม่เรียนได้)

รร จะส่งเสริมนักเรียนให้เรียนวิชาดังต่อไปนี้ด้วย :

  • PSHE (personal, social and health education)
  • Citizenship
  • Sex education – every primary school must have a written policy on this available to parents and pupils (ถ้าผู้ปกครองไม่อยากให้ลูกเรียนวิชานี้ก็สามารถไม่เรียนได้)
การศึกษาในระดับมัธยมศึกษา (Secondary School)

จะเริ่มต้นที่อายุ 11 ปี

  • อายุ 11-14 ปี จะเรียนใน KEY STAGE 3 (Year 7, Year 8, Year 9) บางโรงเรียนอาจจะเรียกว่า Middle School หรือง่ายๆ คือมัธยมต้นนั่นเอง
  • อายุ 14-16 ปี จะได้เรียน ใน KEY STAGE 4 ( Year 10, Year 11) ระดับนี้จะเป็นชั้นมัธยมปลาย หรือ High school แล้วค่ะ โรงเรียนจะสอนให้น้องๆ เตรียมตัวเพื่อสอบ เป็นการสอบทั่วประเทศ ที่เรียกว่า GCSE (General Certificate of Secondary Education) ซึ่งเด็กๆ จะสอบตอน Year 11 วิชาบังคับได้แก่ Math, Science, and English วิชาอื่นๆ ที่ไม่บังคับ เช่น การออกแบบและเทคโนโลยี การสื่อสารและเทคโนลยี สารสนเทศ การออกแบบ ศิลปะ เทคโนโลยี่ ดนตรี กีฬา ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์  ภาษาต่างประเทศและ ประชากรศาสตร์  ฯลฯ

ทางโรงเรียนจะพูดคุยและช่วยแนะนำวิชา ที่เหมาะสมที่นักเรียนจะเรียน คะแนน GCSE เป็นส่วนสำคัญ ในการที่น้องๆ จะสอบเข้าในระดับ ชั้นสูงขึ้นต่อไป ไม่เท่านั้น คะแนน GCSE ยังเป็นส่วนสำคัญในการได้รับการพิจารณาเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย ชื่อดัง อีกด้วย

  • อายุ 17-18 ปี น้องๆจะได้เรียนใน KEY STAGE 5 หรือ Sixth Form (Year 12, Year 13) น้องๆ สามารถที่จะเลือกเรียนได้ที่ secondary schools (โรงเรียนมัธยม), sixth form colleges (วิทยาลัยที่ สอน ในระดับ Sixth Form) and Further Education colleges (วิทยาลัย รัฐ และ เอกชน)

หลักสูตรที่นิยมเรียนกันในระดับนี้ ได้แก่

  1. A-Level: AS-Level & A2-Level– เด็กๆ ส่วนใหญ่ เลือกเรียนคอร์ส นี้ จะต้องเรียน 2 ปี ซึ่ง Year 12 น้องๆ จะเรียน AS และ ในปี สุดท้าย Year 13 น้องๆ จะเรียนคอร์สเรียก A2 ในเวลา 2 ปี นี้ วิชาที่เลือกเรียน ถ้าเป็นวิชาเดียวกัน น้องจะได้ รับ Full A- Level Qualification ซึ่งมหาวิทยาลัยจะ พิจารณาจากเกรด ของ Full A- level เท่านั้นค่ะ
  1. IB (International Baccalaureate Diploma) มีการสอนรายวิชามากกว่า หลักสูตร A levels เริ่มเป็นที่นิยมแล้วทั่วโลก มีการสอนหลักสูตร IB ในโรงเรียนเอกชนในอังกฤษมากกว่าโรงเรียนรัฐบาล
  1. หลักสูตรแบบ วิชาชีพ ได้แก่ BTEC/Edexcel First Diploma (วุฒิการศึกษาด้านวิชาชีพเบื้องต้น)BTEC/Edexcel National Diploma และ HND – Higher National Diploma เปิดสอนสำหรับนักเรียนที่ต้องการศึกษา และฝึก อบรมที่เกี่ยวกับการทำงานและการศึกษาระดับ A-level ในสาขา วิชาชีพ

ส่วนน้องๆ ที่จบในระดับ มัธยม 6 จากไทยมาแล้วและต้องการเรียนต่อ ในมหาวิทยาลัย ในประเทศอังกฤษ น้องๆ สามารถ ที่จะเลือกเรียน Foundation เพื่อเตรียมความพร้อม 1 ปี จากนั้น เข้ามหาวิทยาลัย ได้เลยค่ะ หรือบางสถาบันจะมีหลักสูตร ที่เรียกว่า International First Year ซึ่งเทียบได้กับ ปี 1 ซึ่งน้องจะสามารถเรียนต่ออีกแค่ 2 ปี ก็จะได้รับปริญญาตรี แล้วค่ะ ซึ่งตรงนี้ส่วนใหญ่จะเป็นในสาขา เช่น Business & Management