By Advice For You Thailand

Living in the UK ตอนที่ 2 เรื่องของสุขภาพ

เรื่องของสุขภาพ เป็นเรื่องที่หลายๆ คนกังวล ก่อนเดินทางมาอาศัยอยู่ในต่างประเทศ สำหรับประเทศอังกฤษ คนที่มาเที่ยวในประเทศอังกฤษ ด้วยวีซ่าท่องเที่ยว หรือเยี่ยมญาติ ที่ได้วีซ่าไม่เกิน 6 เดือน จะไม่ต้องตรวจสุขภาพก่อนการขอวีซ่า เมื่อได้วีซ่าแล้วก็จะไม่มีสิทธิ์ในการรักษาพยาบาล จาก NHS  เหมือนคนที่มาอยู่ในระยะยาว ซึ่งจะกล่าวถึงต่อไป ดังนั้นดีที่สุดคือ แนะนำให้ทำประกันสุขภาพ หรือประกันการเดินทางมาจากไทย จะง่ายที่สุด ซึ่งประกันตัวนี้สามารถที่จะรักษาพยาบาลในอังกฤษ ได้ โดยอาจจะสำรองจ่ายไปก่อน แล้วมาเบิกที่ไทย หรือ สามารถที่จะมีการติดต่อให้ทางประกันจ่ายได้เลยทันที แล้วแต่สถานที่ๆ เราไปรักษาพยาบาล แต่ส่วนใหญ่จะต้องมีการสำรองจ่ายก่อน บริษัทที่ทำประกันการเดินทางมีหลายที่ เช่น ไทยประกันชีวิต AIA AIG หรือ FWD และอื่นๆ ลองติดต่อตัวแทนประกันดูหรือค้นหาใน Google โดยพิมพ์ ประกันการเดินทางต่างประเทศดูนะคะ

ส่วนคนที่จะมาอยู่ในประเทศอังกฤษ นานกว่า 6 เดือนต้องมีการตรวจหาเชื้อวัณโรค หรือที่เราได้ยินกันว่า ไปตรวจไอโอเอ็ม (IOM)  

IOM ย่อมาจาก International Organization for Migration หรือเรียกเป็นไทยว่า องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐานวีซ่าของใครบ้าง ก็เช่น นักศึกษาหลักสูตรระยะยาว, ผู้ถือหนังสืออนุญาต, คนงานรับจ้างทั่วไปและคนงานทํางานบ้าน อาสาสมัครสังคมสงเคราะห์(รวมถึงผู้อยู่ใต้อุปการะของบุคคลดังกล่าว) ผู้ขอวีซ่าประเภทพํานักถาวร รวมไปถึงวีซ่า สมรสประเภทต่างๆ  ซึ่งหนังสือรับรองจาก IOM จะเป็นหนังสือยืนยันว่าผู้สมัครวีซ่านั้นๆ ไม่ได้เป็นวัณโรค การตรวจจะใช้เวลา ไม่นาน ถ้าโอเค จะได้หนังสือรับรองภายในวันเดียวเลย แต่ถ้ามีปัญหา อาจจะต้องมีการเพาะเชื้อเสมหะ ถึง 8 สัปดาห์ ดังนั้นอยากให้เตรียมตัวเอาไว้กันก่อนนะคะ แต่เนิ่นๆค่ะ

รายละเอียดของ IOM ดังนี้นะคะ

องค์การระหว่างประเทศเพื่อการ โยกย้ายถิ่นฐาน (International Organization for Migration)

120 อาคารเกษมกิจ ชั้น 8 ถนน สีลม บางรัก กรุงเทพฯ 10500

โทร: 02-234-7950-5 โทรสาร: 02-234-7956

อีเมล: iommedbkk@iom.int

เว็บไซต์: https://thailand.iom.int/health-services

และเวลาทําการ วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 8:00-17:00 น. (ยกเว้น วันหยุดขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน)

ผู้ที่จะขอวีซ่าสามารถตามลิ้งนี้เพื่อทำการนัดหมายเข้ามาตรวจได้เลยค่ะ

http://register-uktb.iom.int/uktbdp-register/

หลังจากนัดเข้ามาแล้วก็มาลงทะเบียนที่ IOM จากนั้นก็ไป เอ็กซเรย์ ปอดได้ที่

  • โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน (124 ถนน สีลม เขต บางรัก กรุงเทพฯ
  • โรงพยาบาลพญาไท 2 (943 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพ

 

เอกสารประกอบการลงทะเบียนตรวจวัณโรค

  1. หนังสือเดินทางฉบับจริง ซึ่งยังมีอายุการใช้งานเหลือมากกว่า 6 เดือน พร้อมสําเนา 1 ชุด
  2. สําหรับเด็กอายุตํ่ากว่า 18 ปี บริบูรณ์ จะต้องมีบิดาหรือมารดา หรือผู้ปกครองพามาตรวจวัณโรค พร้อมบัตร ประชาชนตัวจริงของบิดามารดา หรือผู้ปกครองและสําเนา 1 ชุด
  3. ใบรับรองการตั้งครรภ์หรือสมุดฝากครรภ์สําหรับผู้ที่ตั้งครรภ์
  4. ที่อยู่ ที่จะไปอาศัยในสหราชอาณาจักร (สําหรับวีซ่านักเรียน ถ้ายังไม่ทราบที่อยู่ ที่จะไปอาศัยในสหราช อาณาจักรกรุณาแจ้งชื่อ มหาวิทยาลัย/โรงเรียน)

 

ขั้นตอนการตรวจหาเชื้อวัณโรค ทุกท่านจะได้รับการซักประวัติการเจ็บป่ วยและในบางกรณีท่านจะได้รับการตรวจเพิ่มเติมโดยแพทย์

 

สําหรับบุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 11 ปี ขึ้นไป ค่าธรรมเนียม 3,800 บาท

  • ดําเนินการลงทะเบียน ถ่ายรูปและชําระค่าธรรมเนียมที่สํานักงานองค์การระหว่างประเทศเพื่อการ โยกย้ายถิ่นฐาน ตั้งแต่เวลา 8:00-12:00น. 13.00-15:00 น. ตามที่ท่านนัดหมาย
  • รับการเอ็กซเรย์ปอดในโรงพยาบาลที่กําหนดข้างต้น หลังจากลงทะเบียนเสร็จสิ้น
  • จะมีการตรวจเสมหะในกรณีที่พบว่าผลเอ็กซ์เรย์ปอดผิดปกติ
  • รับหนังสือรับรอง ซึ่งออกให้โดยองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน

 

สําหรับบุคคลที่มีอายุตํ่ากว่า 11 ปี ถ้าไม่มีการตรวจเพิ่มเติม ค่าธรรมเนียม 500 บาท ถ้ามีการตรวจเพิ่มเติม ค่าธรรมเนียม 3,800 บาท

 

จะมีขั้นตอนการลงทะเบียนแบบเดียวกันกับผู้มีอายุมากกว่า 11 ปี แต่จะไม่มีการตรวจเอ็กซ์เรย์ปอดจะมีการให้ผู้ปกครองตอบคำถามที่สงสัย แต่เมื่อมีการตรวจแล้วถ้ามีสมาชิกคนใดคนหนึ่งมีแนวโน้มว่าจะมีการติดเชื้อวัณโรค ทาง IOM จะมีการตรวจเสมหะเพิ่มเติม และจะไม่ได้รับใบรับรองแพทย์จนกว่าจะทราบผลการตรวจเสมหะ

 

สําหรับเด็กอายุตํ่ากว่า 18 ปี บริบูรณ์ จะต้องมีบิดาหรือมารดา หรือผ้ปกครองพามาตรวจวัณโรค พร้อมบัตรประชาชนตัวจริงของบิดามารดา หรือผ้ปกครอง และสําเนา 1 ชุด  

สําหรับผู้ที่ตั้งครรภ์ ที่มีความประสงค์เข้ารับการเอ็กซเรย์ปอด ทางโรงพยาบาลจะใส่เครื่องป้องกันรังสีให้เป็น พิเศษ หากผู้ที่ตั้งครรภ์ไม่ประสงค์จะเข้ารับการเอ็กซเรย์ปอด จะต้องทําการตรวจเสมหะและเพาะเชื้อที่ ห้องปฏิบัติการขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน ในกรณีที่ผลเอ็กซเรย์ปอดผิดปกติที่เข้าข่ายลักษณะของการเป็ นวัณโรคจะแสดงถึงกระบวนการเกิดโรคในระยะ ติดต่อหรือไม่ติดต่อก็ตาม ผู้ยื่นคําร้องจะต้องเข้ารับการตรวจเสมหะและเพาะเชื้อ ซึ่งจะต้องมาให้ตัวอย่างเสมหะใน ตอนเช้าเป็ นเวลาสามวันติดต่อกัน การตรวจเพาะเชื้อเสมหะจะใช้เวลาอย่างน้อย 8 สัปดาห์

 

เมื่อตรวจปอดผ่าน ก็นำใบ IOM Certificate ไปขอวีซ่า ได้เลยค่ะ เมื่อได้วีซ่ามาแล้ว ก็อย่าลืม เอา ใบ IOM ใบนี้ขึ้นเครื่องมาด้วยนะคะ เพราะตอนเข้าเมือง ตม ก็จะขอดูค่ะ

ตอนสมัครวีซ่าสำหรับผู้ที่อยู่นานเกิน 6 เดือน ทุกคนต้องจ่าย IHS สำหรับนักเรียนและผู้ติดตามนักเรียน จะต้องจ่าย £150 ต่อปี ถ้าเป็นวีซ่าประเภทอื่นจะต้องจ่าย £200 ต่อปี ค่า IHS จ่ายตอนสมัครวีซ่า ถ้าไม่ได้วีซ่าก็จะมีการรีฟันให้เข้าบัตรนั้นๆ

 

เมื่อมาถึง UK แล้ว ผู้ที่จ่าย IHS มาก็จะได้ใช้บริการ NHS เมื่อเจ็บไข้ได้ป่วยค่ะ ต้องทำอะไร บ้าง ก่อนอื่นเลย เราต้องลงทะเบียนกับคุณหมอ

  1. ลงทะเบียน กับคุณหมอ คือ ลงทะเบียนกับทาง GP หรือ General Practitioners ถ้าเรียกง่ายๆ ก็จะคล้ายๆ กับการไปลงทะเบียนกับ คลินิค ใกล้บ้าน ไว้ก่อน เมื่อมีการเจ็บป่วย ก็นัดเข้าไปหาหมอ ถ้าไม่ได้ เป็นอะไรมาก หมอทาง GP ก็จะสั่งยาให้ หรือ ให้ใบรับรองแพทย์ แต่ถ้าเป็นมากไม่สามารถที่จะทำการรักษาเบื้องต้นได้ที่คลินิค ก็จะมีการรีเฟอร์ หรือ ส่งไปให้ หาหมอ กับทาง โรงพยาบาล ซึ่งเป็นการตรวจเฉพาะทาง
  2. วิธีการหา GP ใกล้บ้าน ก็สามารถที่จะเข้าลิ้งนี้ แล้วใส่ รหัสไปรษณีย์ ของบ้านเราไป ก็จะมีลิส ของคลินิคใกล้บ้าน ขึ้นมาเลยจ้ะ

http://www.nhs.uk/Service-Search/GP/LocationSearch/4

เวลาไปลงทะเบียนกับทาง GP ก็จะต้องนำ พาสปอร์ต BRP card และ prove of address ไปด้วย ในการลงทะเบียนครั้งแรก

  1. ถ้าเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ เช่นเป็นหวัด หรือสงสัยว่าตัวเอง จะป่วย สามารถโทรนัดหมอ เพื่อเข้าไปตรวจได้ หรือ เข้าเวป เพื่อดูการรักษาตัวเองที่บ้าน ได้ที่ nhs.uk หรือ โทรปรึกษา ได้ที่ 111 หรือดูวิธีการแก้ไขทางวีดีโอ You Tube https://www.youtube.com/user/NHSChoices/videos 
  2. แต่ในกรณีที่เร่งด่วน และเป็นอันตราย สามารถเรียก รถพยาบาลได้ที่ เบอร์ 999
  3. เมื่อไปหาหมอ แล้วมีการสั่งยา น้องๆ สามารถนำใบสั่งยานั้น ๆไปรับยาได้ที่ ร้านขายยาทั่วไป แต่ละครั้งใบสั่งยาจะเสีย £8.60 หรือ ถ้ามีการรับยาอย่างเป็นประจำก็สามารถจ่ายในราย 3 เดือนหรือ 1 ปีได้ ส่วนคนที่ไม่ต้องจ่ายค่าใบสั่งยาได้แก่
  • เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี
  • เด็อายุต่ำกว่า 19 ปีและยังไปเรียนแบบเต็มเวลาอยู่
  • ผู้ที่อายุมากกว่า 60 ปี
  • หรือผู้ที่ป่วยเป็นโรค ที่เป็นโรคบางโรค ที่ยกเว้นการต้องจ่ายค่าใบสั่งยา เช่น ตั้งครรภ์
  • ผู้ที่รายได้น้อยและ ได้รับเงิน support จาก รัฐบาลในกรณีต่างๆ

หมอฟัน หรือ ทันตแพทย์ Dentist

เราสามารถลงทะเบียน เป็นคนไข้ แบบ NHS กับทางร้านหมอฟันได้ แต่ขึ้นอยู่กับว่าเค้าจะเต็มหรือไม่ ซึ่งถ้าลงทะเบียนแบบ NHS ได้ค่าบริการในการทำฟัน ก็จะไม่แพงมาก แต่ถ้าร้านหมอฟันนั้นๆ เต็ม เราก็จะต้องหาแบบที่เรียก ว่า private คือ แบบเอกชน ซึ่งราคาค่าตรวจรักษาจะแพงมากๆ ดังนั้น เช็คฟันที่ไทยให้เรียบร้อยก่อนบินมาที่ UK ก็ดีค่ะ

 

 

ร้านแว่นตา หรือการตรวจสายตา

ร้านแว่นส่วนใหญ่จะสามารถที่จะตรวจสายตา วัดสายตาสั้นยาว หรือที่เรียกว่า prescription ได้เพื่อตัดแว่น แต่ส่วนใหญ่ก็จะตรวจสุขภาพตาด้วย เช่นความดันตา ตาต้อต่างๆ หรือตาแห้ง จะมีอยู่ใน service ที่จะต้องจ่ายเงินอยู่แล้ว ซึ่งก็จะคล้ายๆ กับที่ไทย ส่วนเด็กๆ วัดสายตาและตรวจสุขภาพตาฟรี เพราะ บางครั้ง คลินิคไม่สามารถที่จะมีอุปกรณ์ ในการตรวจสุขภาพตาได้ ดังนั้นเวลาที่ตาแดง หรือมี ปัญหา เกี่ยวกับตา ก็อาจจะต้องไปนั่งรอเพื่อตรวจที่ accident and Emergency ใน รพ ตา ซึ่งใช้เวลารอนาน ในบางพื้นที่ ที่รับคนไข้ NHS สามารถที่จะนัดด่วน เพื่อเข้าไปตรวจตาได้ในร้านแว่นได้เลยโดย Optometrist ผู้เชียวชาญด้านตาก็จะเช็คอาการให้ ถ้ามีการต้องจ่ายยา เขาจะส่งเรื่องไปทาง GP และ GP สามารถที่จะเขียนใบสั่งยาให้ และไปรับยาได้เลย ส่วนคนที่มีปัญหาอย่างมากๆ หรือต่อเนื่อง ทาง Optometrist สามารถจะเขียนจดหมายแจกแจง และ ทาง GP สามารถที่จะส่งตัวไปรักษากะคุณหมอ เฉพาะ ทางได้เลย ใน โรงพยาบาลค่ะ

 

เรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับการรักษาระยะยาว โรคต่างๆ การตั้งครรภ์ การคุมกำเนิด สุขภาพจิต ฯลฯ จะไม่ขอกล่าวในบทความนี้ค่ะ 

 

Informaition on 30 September 2017

Reference:

www.nhs.uk

https://thailand.iom.int/health-services

No Comments Yet

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *