Courses เรียนภาษามีอะไรบ้าง เรียนอะไรกันบ้าง มาดูกัน

น้องหลายๆคนที่ติดต่อสอบถามเข้ามาว่า “พี่คะ/ครับ อยากไปเรียนภาษาที่ต่างประเทศ มันจะเริ่มยังไงต้องสอบอะไรก่อนไปไหม!!!” ที่พูดๆกันว่าเรียนภาษาที่ต่างประเทศนั้นเค้ามีสอนอะไรกันบ้างนั้น ไหนๆก็ไหนๆ เรามาดูกันหน่อยว่า เค้ามีคอร์สอะไรกันบ้าง

englishcourse

  1. General English หรือเรียกสั้นๆว่า GE หลักสูตรยอดนิยม!!! เป็นหลักสูตรเรียนภาษาอังกฤษทั่วไปสำหรับผู้ที่ต้องการฝึกภาษาอังกฤษที่ใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อให้มีความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้น การเรียนการสอนในห้องเรียนจะเน้นการโต้ตอบบทสนทนา การฟัง (Listening) การพูด (Speaking) การอ่าน (Reading) และการเขียน (Writing) เสมือนการปูพื้นฐานทางภาษาอังกฤษ และเสริมทักษะความรู้ในการเรียนต่อระดับต่อไป ระยะเวลาในการเรียน มีตั้งแต่ 3 เดือน 6 เดือน หรือ 1 ปี สามารถเลือกเรียน 15 ชั่วโมง 20 ชั่วโมง 25 ชั่วโมง หรือ 30 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ก็ได้

General English แบ่งเป็น 6 ระดับ คือ ตั้งแต่เริ่มต้น จนถึงระดับแอดวานส์ ดังนี้

  1. Beginner เทียบได้กับชั้นอนุบาล – สำหรับคนที่เริ่มต้นเรียนรู้ภาษาอังกฤษ และต้องการสื่อสารภาษาอังกฤษเพื่อการชีวิตประจำวัน
  2. Elementary สำหรับคนที่เริ่มสื่อสารได้แล้ว แต่ต้องการเรียนรู้เรื่องแกรมม่าร์และโครงสร้างภาษาอังกฤษให้ดียิ่งขึ้น
  3. Pre Intermediate เป็นการเรียนการสอนที่ใช้ภาษาอังกฤษแบบซับซ้อนยิ่งขึ้น อาจเพื่อใช้ในการทำงานทั่วไป
  4. Intermediate เป็นการเรียนการสอนเพื่อสื่อสารภาษาอังกฤษได้ชัดเจนขึ้น ใช้แกรมม่าร์ให้ถูกต้องและมีคำศัพท์มากขึ้น เน้นการเขียนเป็นหลัก
  5. Upper Intermediate เป็นการเรียนการสอนที่เน้นทั้งการฟังพูดอ่านเขียนให้ถูกต้อง เพื่อการทำงานและ/หรือการเตรียมตัวสมัครสอบเข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัย
  6. Advanced ใช้ภาษาอังกฤษได้ เหมือนคนที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นประจำ พร้อมสำหรับการทำงานในองค์การระหว่างประเทศ หรือ เรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ

 

  1. Business (for) English/ Intensive English หรือภาษาอังกฤษเพื่อธุรกิจ เป็นการเรียนเพื่อการติดต่อสื่อสารทางธุรกิจ เช่น การประชุม การเขียนทางธุรกิจ เป็นต้น ผู้เรียนหลักสูตรนี้เทียบเท่าระดับภาษาอังกฤษตั้งแต่ Intermediate ไปจนถึง Advanced

 

  1. Examination Preparation เป็นหลักสูตรเตรียมความพร้อมเพื่อสอบ IELTS (International English Language Testing System) การสอบ TOEFL (Teaching of English as a Foreign Language) และการสอบ Cambridge Certificate

การทดสอบภาษาอังกฤษระดับนานาชาติข้างต้น ใช้ประเมินความสามารถด้านภาษาของผู้สมัครสอบที่ต้องการเรียน หรือทำงานในสถานที่ที่ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร

IELTS เป็นข้อสอบที่ร่วมมือกันระหว่าง the University of Cambridge ESOL Examinations (Cambridge ESOL) บริติช เคานซิล และ IDP : IELTS Australia ซึ่งการสอบ IELTS ถือได้ว่าเป็นตัวสอบที่ใช้ประเมินความสามารถทางภาษาอังกฤษที่ได้มาตรฐาน ระดับนานาชาติสูงสุด ที่ได้รับการยอมรับจากมหาวิทยาลัย, บริษัทต่างๆ รวมถึงกองตรวจคนเข้าเมือง และ องค์กรของรัฐบาลอีกหลายแห่งในหลายประเทศ  เช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหราชอาณาจักร แคนาดาและ สหรัฐอเมริกา ซึ่งครอบคลุมทักษะทางภาษาทั้ง 4 ทักษะ ได้แก่ การฟัง การอ่าน การเขียน และการพูด รวมถึงความรู้ทางด้านไวยากรณ์และคำศัพท์ในการใช้ภาษ

  1. EAP (English for Academic Purpose) เน้นทักษะด้านวิชาการที่รวมไปถึง การฝึกเขียนรายงาน และบทความชนิดต่าง ๆ รวมถึงการนำเสนอ ทักษะการอ่าน การฟัง และ การจดบันทึกย่อ การฝึกใช้คำศัพท์เชิงวิชาการ ฝึกการทำวิจัยรวมไปถึง การฝึกพัฒนาการด้านความคิด วิเคราะห์ และการทำงานเป็นทีม เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าเรียนต่อ ไม่ว่าจะเป็นระดับ Diploma, ปริญญาตรี หรือปริญญาโท เน้นการเขียน โดยผู้ที่เรียนหลักสูตรนี้ได้ควรมีระดับภาษาอังกฤษในช่วง Upper Intermediate และ Advanced Level

engcourse

สำหรับคนที่อยากเตรียมพร้อมเพื่อเรียนในมหาวิทยาลัยและไม่อยากสอบ IELTS หรือมีผล IELTS แล้วแต่ไม่เคยเรียนในต่างประเทศเลยอยากเตรียมพร้อมก่อน โดยการสมัครคอร์ส EAP(English for Academic Purpose) (บางที่ก็เรียก AE (Academic English)) หรือ  Direct Entry  อธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้นคือ

– คอร์สเรียน EAP คือการเรียนภาษากับสถาบันภาษาเอกชนที่ได้รับการยอมรับจากมหาวิทยาลัย ราคาค่าเรียนต่อสัปดาห์ค่อนข้างสูง (รร.ที่มีโปรแกรมนี้แต่ราคาถูกก็อาจจะมีข้อจำกัดในการเลือกเข้าได้แค่บางมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่ถ้ารร.ที่มีราคาสูงกว่า เราก็อาจจะมีตัวเลือกของมหาวิทยาลัยมากกว่า)
– คอร์สเรียน Direct Entry เป็นคอร์สที่มหาวิทยาลัยที่เราจะเรียนจัดขึ้นในสถาบันภาษาของเค้าสำหรับนักเรียนที่มีผล IELTS ไม่ถึงเกณฑ์ที่เค้ากำหนดเรียนจบคอร์สก็เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยนั้นๆได้เลย แต่……ค่าเรียนแพงมาก!!! (ถ้าเราเรียนภาษา Direct Entry จบจากมหาวิทยาลัยที่นึง แล้วเปลี่ยนใจอยากเรียนที่มหาวิทยาลัยอื่น เค้าอาจจไม่ยอมรับผลภาษาจากที่ที่เราเรียนมา ซึ่งเราอาจต้องเสียเงินสอบ IELTS หรือเรียนภาษาเพิ่มเติมกันอีกทั้งๆที่เรียนมาแล้ว) ดังนั้นเวลาจะเลือกขอให้เลือกดีๆกันนะ