คัดลอกมาจากบทสัมภาษณ์ของพี่เชอรี่กับหนังสือ JobCyber ฉบับลงวันที่ 1-15 กุมภาพันธ์ 2552

jobcyber pt1 thumbสวัสดี ค่ะท่านผู้อ่านทุกคน ดิฉันมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาถ่ายทอดประสบการณ์ในการทำงานในต่าง ประเทศให้กับผู้อ่านทุกท่านค่ะ ชื่อ ตุ๊กตานะคะ แต่ว่าชื่อภาษาอังกฤษที่ใช้ในการทำงาน เชอรี่ค่ะ (Cherie) มาจากชื่อจริง ชัญญพิชญ์ค่ะ ตอนนี้อยู่ในลอนดอนค่ะ อยู่มาเข้าปีที่ 6 แล้วค่ะ ตอนนี้ทำงานในตำแหน่ง Business Centre Manager (Building Manager) อยู่ในกลางเมืองลอนดอนค่ะ นอกจากทำงานกับบริษัทอังกฤษแล้ว เชอรี่ยังเป็นเจ้าของ เอเจนท์ให้คำแนะนำการศึกษาต่อ ซึ่งเป็นหุ้นส่วนกับคนอังกฤษ ชื่อ Advice For You  อีกด้วย ซึ่งตรงนี้เป็นเอเจนท์เล็กๆ ให้คำแนะนำแบบเป็นกันเอง และดูแลเองอีกด้วยค่ะ

มาอังกฤษหนแรกตอนอายุ 17 ค่ะ ตอนเรียนอยู่ธรรมศาสตร์ ชอบอังกฤษมาก รู้สึกว่าเป็นอะไรที่แตกต่าง เนื่องจากที่ไทย ทุกอย่างได้รับอิทธิพล จากอเมริกันมากๆ และโดยส่วนตัว ชอบฟังดนตรี ชอบเที่ยว ชอบความสุภาพของคนอังกฤษค่ะ จึงตั้งเป้าหมายว่าจะมาเรียนที่อังกฤษให้ได้ แต่ว่าอะไรก็ไม่ได้ ง่ายๆ เสมอไปค่ะ ไม่มีโอกาสได้กลับมาอังกฤษ จนอายุ 27 ค่ะ วันที่ได้กลับมาอีกครั้ง ตอนเครื่องลง ร้องไห้เลยค่ะ ไม่ได้เวอร์ แต่เป็นอะไรที่ ตั้งใจไว้อย่างแรงค่ะ ว่าอยากจบอังกฤษ ตอนนี้สมหวังแล้วค่ะ

ตอนเรียนจบธรรมศาสตร์ ได้ไปเรียนต่อโท MBA ที่เอแบคแล้้วหนึ่งใบค่ะ จากนั้น ก็ทำงานกับบริษัทต่างชาติมาตลอดค่ะ ไม่เคยทำงานบริษัทใหญ่ๆ เลยค่ะ ทำแต่กับบริษัทเล็กๆ การที่ได้ทำงานกับชาวต่างชาติ ครั้งแรกไม่ใช่ว่าตัวเองเก่งภาษาอังกฤษนะ คะ ไม่เก่งค่ะ จบเอแบคมา ภาษาก็ได้แค่งูๆ ปลาๆค่ะ ไม่ได้เก่งมากมาย สมัครเรียนภาษาทุกครั้งก็ขี้เกียจ เรียนไม่เคยจบคอร์สค่ะเลยค่ะ การทำงานกับชาวต่างชาติ ช่วยได้มากๆ จากนั้นก็เริ่มมีเพื่อนเป็นชาวต่างชาติค่ะ คือได้ฝึกภาษาฟรีไปในตัวค่ะ จำได้ว่าตอนเตรียมสอบไอเอลที่ไทย ก่อนสมัครเข้าเรียนโทที่อังกฤษ เตรียมอยู่ 6 เดือนค่ะ เรียนด้วย ทำงานด้วย พาร์ทที่ได้ดีที่สุดคือ พูด และฟัง ส่วนเขียนและอ่านไม่เอาถ่านเลยค่ะ ถึงแม้ว่าใช้ภาษาอยู่ ทุกวันแต่ ไอเอล เป็นการอ่านและเขียนแบบวิชาการ ซึ่งแตกต่างไปจากการใช้ภาษาทั่วไปนะคะ จึงต้องใช้่เวลาเตรียมตัวอยู่นานค่ะ ตอนเตรียมหาที่เรียนโท เข้าๆ ออกๆ เอเจนท์อยู่หลายที่แต่ว่าไม่ได้มหาวิทยาลัยที่ถูกใจค่ะ การเลือกมหาวิทยาลัยของตนเองไม่ได้ดูแค่ว่าอะไรก็ได้ที่เค้าเชียร์นะคะ หลักของตัวเองคือ “ไหนๆ ก็จะต้องจ่ายเงินมาเรียนทั้งที อยากได้มหาวิทยาลัยที่ดี ใช้ชีิวิตอย่างคุ้มค่า และเหมาะสมกับตัวเองที่สุด” ขอให้ข้อคิดกับทุกคนที่จะมาเรียนต่อนิดนึงนะคะ ว่า อยากให้เลือกหลายปัจจัยนะคะ อย่าดูแค่ เอเจนท์เค้าเชียร์ หรือว่า แรงค์สูงอย่างเดียวค่ะ เราต้องมาใช้้ชีวิตที่นี่คนเดียวตั้งปีสองปีนะคะ เมืองที่อยู่ก็สำคัญค่ะ ถ้ามีโอกาสเลือกเรียนอีกทีหรือว่ามีแรงบันดาลใจจะเรียนอีกใบก็ดีค่ะ แต่ส่วนใหญ่ก็จะเรียนกันแค่ใบเดียว ปริญญาอยุ่กับเราจนตาย อยากให้เลือกหรือคิดให้ดีๆค่ะ ตอนเชอรี่แพลนจะมาเรียน งบประมาณจากทางบ้านและของตัวเองมีจำกัดมากๆ รู้ว่า ยังไงมาแล้วก็ต้องทำงานพิเศษจึงปรึกษาเพื่อนชาวอังกฤษ จึงรู้ว่า ถ้่าอยากจะหางานพิเศษทำด้วย เมืองหลวงน่าจะเหมาะสมที่สุดค่ะ ก็เลยเลือกลอนดอนค่ะ อีกทั้งหลงรักลอนดอนมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วค่ะ ในที่สุดก็ได้จบโทที่ King’s College London; University of London สาขา Social Science and Management

ลอนดอนเป็น เมืองที่มีทุกอย่างจริงๆค่ะ ไม่เบื่อแน่นอนค่ะ อย่างไรก็ตาม เมืองเป็นเมืองที่วุ่นวายจริงๆ คนเยอะไปหมดเยอะจริงๆ ไปที่ไหนก็เจอแต่คน จะซื้อของ แม้แต่ของแพงๆ ต่อคิวกันอย่างกะแจกฟรีเลยค่ะ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อค่ะ อยู่ ที่ UK ดีอย่างนึงคือสามารถไปเที่ยวประเทศต่างๆในยุโรปได้เยอะ แล้วก็ใกล้ คือว่ามาทีเดียวคุ้มค่ะ แต่อันนี้ก่อนไปไหนก็ต้องวางแผนเรื่องงบและวีซ่าก่อนด้วค่ะ ส่วน เรื่องที่พัก ส่วนใหญ่นักเรียนไทยจะหาเช่ากันเองกับเด็กไทยด้วยกัน หรือว่าเช่าร่วมกับเพื่อนนักเรียนด้วยกันค่ะ อยู่คนเดียวคงค่อนข้างแพงค่ะ ส่วนใหญ่จะแนะนำว่าตอนสมัครเรียนให้จองที่พักมากับทางโรงเรียนหรือเอเจ้นท์ ก่อนค่ะ ซัก เดือนนึงกำลังดีค่ะ ถ้าน้อยกว่านั้นเกรงว่าจะหาที่พักไม่ทันค่ะ เรืองที่พักเป็นเรื่องละเอียดอ่อนค่ะ ต้องไปดูที่ก่อนเช่าทุกครั้งและดูด้วยว่าต้องแชร์กับใครค่ะ เพราะว่าความปลอดภัยน่าจะสำคัญที่สุดค่ะ

คนไทยชอบบอกว่า ไม่อยากอยู่ลอนดอน เพราะเจอคนไทยด้วยกันเยอะ เดี๋ยวจะไม่ได้ฝึกภาษา ไม่จริงค่ะ ลอนดอนเป็น เมืองใหญ่มากๆ อยู่มาเกือบ 6 ปีแล้ว ถ้าไม่นับเพื่อนที่ชั้นเรียน 2-3 คน และ น้องๆที่มากับเอเจนท์เรา เชอรี่แทบจะไม่รู้จักใครเลย การฝึกภาษา มันอยุ่ี่การขวนขวาย ใช้ภาษามากกว่า ไม่ใช่อยุ่ทีเมืองค่ะ ลอนดอน จะคล้ายๆ นิวยอร์ค คนมาจากหลายๆที่ ร้อยพ่อ พันแม่ คุณจะได้เห็นคนจากทุกเชื้อชาติ สัญชาติจริงๆค่ะ การเหยียดผิดถือว่าผิดกฏหมาย คนจึงค่อนข้างเคารพคนอื่น อย่างไรก็ตามคนในลอนดอน ค่อนข้างเป็นมิตรมากๆ ถ้าเทียบกับประเทศอื่นๆในยุโรปค่ะ (อันนี้ฟังมาจากคนต่างชาติที่อยู่ ปารีส และบรัสเซล - อาจจะไม่จริงเสมอไปค่ะ) ไม่เคยรู้สึกว่าโดนเหยียดผิวหรือว่าหยาบคายใส่เลยค่ะ อย่างไรก็ตามในเรื่องของการทำงาน จะรู้สึกน้อยใจนิดๆ เพราะว่า การทำงาน เค้าจะคัดคนที่ดีที่สุด ถ้าเค้าเห็นเรา (หน้าตาต่างจากเค้า) เค้ากลัวเราจะไม่เข้าใจภาษาเค้าอย่างแท้จริงเค้าก็ไม่รับ บางทีก็แอบน้อยใจเหมือนกันค่ะ อีกอย่างตามกฏหมายเค้าจะต้องเลือกคน อังกฤษ และชาติในสหภาพยุโรปก่อนค่ะ แล้วเค้าค่อยเลือกคนจากประเทศอื่นค่ะ เวลาสัมภาษณ์ หรือ ว่าได้งานแล้ว เราต้องโชว์ความสามารถเต็มที่ค่ะ จากประสบการณ์ตนเอง เวลาทำงาน ทำ 100% ไม่ได้ค่ะ ต้องทำ 200% ค่ะ ถึงจะเป็นที่ยอมรับค่ะ

jobcyber pt2 thumbเนื่องจากเชอรี่ผ่านการทำงานมาหลายงานตอนช่วงที่เรียนโทอยู่ และมีประสบการณ์ทำงานที่นี่ด้วย จึงอยากจะแนะนำผู้อ่านเป็นข้อๆดังนี้นะคะ

การเลือกหางานขณะที่เรียนอยู่ แน่นอนว่านักเรียนส่วนใหญ่ที่มาเรียนที่อังกฤษ ทราบว่าการทำงานช่วงที่เปิดเทอมทำได้ไม่เกิน 20 ชม.ต่อสัปดาห์นะคะ การหางานนักเรียนส่วนใหญ่จะมุ่งไปที่ร้านไทย เพราะเค้าจ่ายเงินสด แต่เค้าเหมาจ่ายนะคะ อันนี้สิคะ ที่ไม่สนับสนุน ทำตั้งแต่ 17.00-23.30 เค้าจ่าย 25 ปอนด์ ทิปต่างหากค่ะ อันนี้ ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำซึ่งนักเรียนบางส่วนก็ทนทำไปเพราะคิดว่าตัวเองไม่มีทาง เลือก แต่จริงๆแล้วน้องๆ มีทางเลือกค่ะ ตั้งแต่มาอยู่เชอรี่ทำงานร้านไทยครั้งเดียวจริงๆ แต่ร้านนั้นเค้าน่ารักมากค่ะ การเตรียมตัวใน การหางานที่ไม่ใช่ร้านไทย คงต้องคิดก่อนว่าตัวเองทำอะไรได้บ้างนะคะ เช่น ทำงานเสริฟได้ ทำงานตามผับตามบาร์ได้ ทำงานพิมพ์งานได้ ทำงานเลขาได้ ทำงานต้อนรับได้ ทำงานนวดได้ ทำงานร้านทำผม ซักรีด โอ้ยสารพัดค่ะ ไม่จำกัดว่าจะต้องทำงานร้านไทยอย่างเดียวค่ะ การหางานทางเวปไซด์ จะเป็นที่นิยมมากเพราะมีงานให้เลือกเยอะ และ ประหยัดค่ะ แนะนำว่าให้เข้าไปในเวปไซด์ หางานต่างๆ ดูตัวอย่างงาน รายละเอียดงานที่ตัวเองคิดว่าทำได้นะคะ จากนั้นให้เขียน เรซูเม่ หรือซีวี ซึ่งสามารถทำการคัดลอก หรือดัดแปลงให้เหมาะสมได้ เอามาจากอินเตอร์เนตเช่นกันค่ะ ส่วนคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์ที่เกียวข้องเลย คงต้องคิดนิดนึง อาจจะเป็นงานที่เคยช่วยงานปีของโรงเรียน หรือว่า งานมหาวิทยาลัยต่างๆ นำมาเขียนให้หมด อาจจะต้องโม้นิดๆ แต่อย่าโกหกค่ะ อีกอย่างที่อยากให้คิดนิดนึงคือ ถ้างานเป็นงานที่ทำตอนกลางคืน ทำงานแล้วจะกลับบ้านอย่างไร ปลอดภัยไหมด้วยนะคะ พ่อแม่อุตส่าห์ ส่งเสียให้มาเรียน อย่าพยายามสร้างความอันตรายให้กับตัวเองค่ะ

ตอนที่เชอรี่หางาน งานที่ทำตอนช่วงเรียน งานแรกเป็นงาน Call Centre ได้งานโดยเปิดหนังสือพิมพ์ค่ะ พวก Metro หรือ Evening Standard อาศัยชอบพูด ทำได้ซักพัก ก็เบื่อ คิดว่างานบริการน่าจะเหมาะสมกับตัวเองมากกว่า จึงค้นหาเวปไซด์ ของพวกเอเจนซี่หางานพวก Hospitality ที่นี่ค่ะ ส่วนใหญ่พวกนี้จะหาพนักงานส่งให้กับทางโรงแรม หรือพวกทำจัดเลี้ยงใหญ่ๆ ค่ะ เราไม่ต้องเสียเงินให้กับเค้านะคะ อย่าสมัคร ถ้าใครขอเก็บเงินจากเราค่ะ เพราะเค้าจะเก็บค่าบริการจากผู้จ้างอยู่แล้วค่ะ ส่วนใหญ่เราจะสามารถไปลงทะเบียนกับเค้าได้เลย ต้องใช้ ซีวี หรือเรซูเม่นะคะ เค้าจะมีงานและมี training ให้ตลอดค่ะ ค่าแรงส่วนใหญ่จะเป็นขั้นต่ำขึ้นไป ซึ่งตรงนี้เค้าจะจัดการเรื่องวันหยุดและเสียภาษีให้เรียบร้อย เรารับเงินเข้าบัญชีธนาคารนะคะ ไม่ใช่เงินสด บางงานก็ได้เยอะ บางงานก็ได้น้อย แต่ว่าประสบการณ์น่ะได้แน่นอนค่ะ ส่วนใหญ่เค้าจะให้เราโทรไปทุกวันพฤหัส เราจะรุ้เลยว่าเราจะบุ๊คไปทำงานที่ไหนบ้าง เราจะสามารถจัดเวลาทำงานได้ตลอด เช่น เราบุ๊คไปเสริฟในงานเลี้ยง วันศุกร์ 18.00 - 22.00 อันนี้ 4 ชม เค้าจ่าย ชม.ละประมาณ 6 ปอนด์ค่ะ คืนนั้นก็ได้ 24 ปอนด์ค่ะ วันเสาร์อาจจะไปทำงาน ที่สนามฟุตบอล ที่เค้าแข่งพรีเมียร์ ลีค ตั้งแต่ 10.00 -18.00 อันนี้ 8 ชมค่ะ ได้ 48 ปอนด์ ข้อดีคือ เราสามารถเลือกงานได้เหมาะกับเวลาที่เราว่างเช่นช่วงสอบ หรือว่าช่วงที่ยุ่งๆก็ทำน้อยลงมาหน่อยค่ะ ไม่ต้องไปง้อขอชิฟท์ด้วยค่ะ และงานอย่างนี้เค้าต้องการคนอยู่ตลอดค่ะ ข้อเสียคือ จะไม่มีงานที่แน่นอน ถ้าทางบริษัทไม่มีงาน คุณก็ไม่มีงานด้วย แต่ก็ไม่เสียหลายถ้าจะไปลงทะเบียนไว้หลายๆที่ค่ะ ที่ๆเชอรี่เคยไปทำเด่นๆ และ สนุกๆเลยก็มี London Eye, M TV Music Award, Premier League, Coca Cola Cup, Rugby at Twickenham, Exhibition at Wembly and Earls Court, and HSBC Goft Tournament etc สนุกมากค่ะ และเป็นช่วงที่จะได้ฝึกภาษาจริงๆ เพราะว่าเราต้องใช้ภาษาจริงกับคนทั่วไป ไม่ต้องห่วงว่าเราพูดไม่เก่ง ค่ะ เราจะฝึกไปเอง จำได้ว่าตอนไปทำที่นึง เสริฟ บุฟเฟ่ต์ พูดอยู่สองคำ Salad or Coleslaw แต่ที่ได้ฝึกคือคุยกับเพื่อนร่วมงาน ชาวบราซิล ฝรั่งเศส และ ออสเตรเลีย ตรงนี้แหละค่ะ ที่จะได้ภาษาค่ะ หลังจากนั้นก็ได้งานประจำที่โรงแรม 4 ดาวค่ะ สมัครไปทางอินเตอร์เนต แต่งานจริงๆแล้ว เค้าลงทั้งในอินเตอร์เนตและหนังสือพิมพ์ค่ะ เป็นพนักงานเสิร์ฟ และบาร์เทนเดอร์ค่ะ โรงแรมนี้เป็นเครือใหญ่ของสเปน ดังนั้นก็เลยได้เรียน 2 ภาษาเลยค่ะ ทั้งอังกฤษ และสเปนค่ะ สนุกดี แต่งานหนักมาก ถึงมากที่สุดค่ะ ทำงานจบแต่ละวัน ขากับเท้าเนี่ยเจ็บไปหมดเลยค่ะ แต่อ่ะนะ เป็นประสบการณ์ค่ะ

การหางานหลังเรียนจบ

ถ้าได้ติดตามข่าวกันนะคะ ตอนนี้ที่อังกฤษ เปิดโอกาสให้คนที่จบที่อังกฤษทำงาน ที่นี่ได้ ด้วยวีซ่าที่เรียกว่า post study คือต้องทำเรื่องและสมัครหลังจากที่จบมาแล้ว ภายใน 12 เดือนค่ะ วีซ่าจะออกให้ 2 ปีค่ะ และ โอกาสที่นายจ้างจะช่วยต่อวีซ่าให้นั้นมีสูงหลังจากวีซ่าหมด 2 ปีค่ะ ถ้าอยากทราบรายละเอียดเพิ่ม ลองอ่านที่เวปของอังกฤษดู นะคะ www.ukba.homeoffice.gov.uk ค่ะ ส่วน ตัวของเชอรี่ได้งานที่ทำอยู่ปัจจุบันทันทีหลังจากที่เรียนจบค่ะ จำได้ว่าหางานอยู่ประมาณ 1 เดือนค่ะ ไปสัมภาษณ์มาทั้งหมด 3 ครั้งค่ะ งานเป็นงานที่ไม่ตรงกับสาขาที่เรียนซะทีเดียวแต่ว่าเป็นงานในสาขาเดียวกับ ที่เคยทำตอนอยู่เมืองไทยค่ะ ตอนนี้ทำงานเป็น Business Centre Manager (Building Manager) อยู่ที่ Kings Cross ใน London ค่ะ การสมัครงานที่อังกฤษใน ฐานะชาวต่างชาติ ส่วนใหญ่ต้องใช้การเตรียมตัวมากๆและความสามารถค่ะ ไม่ค่อยมี ฟลุ๊ค หรือว่าเส้นสายเท่าไหร่ค่ะ ดังนั้น การเขียนเรซูเม่ ถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการสมัครงาน เพื่อที่จะให้ผู้จ้างเรียกเราเข้าไปสัมภาษณ์ ถ้าไม่มีใครเรียกเราไปสัมภาษณ์ เราก็ไม่ได้โชว์ความสามารถ หรือพูดคุยกับใคร ดังนั้น ส่วนที่สำคัญคือ เรซูเม่ หรือ ซีวี ค่ะ การรับเข้าทำงานในประเทศอังกฤษ วุฒิการศึกษาเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ความสามารถ ทักษะ และประสบการณ์ สำคัญมากกว่าจริงๆ ดังนั้นตอนเขียนเรซูเม่ของแต่ละงาน จะนำมาแก้และปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมค่ะ อันนี้หมายถึงตัวเรซูเม่เลยนะคะ ไม่นับ Cover Letter เพราะจดหมายแนะนำตัวต้องแก้ทุกครั้้งอยู่แล้วค่ะ อาจจะใช้เวลาตอนที่เตรียมตัวนิดนึงแต่พอทำเสร็จก็ใช้ได้ตลอดค่ะ ตอนนั้นจำได้ว่า ตนเองได้แบ่งประเภทของงานที่ต้องการสมัครเป็นหมวดหมู่ค่ะ ของเชอรี่นะคะ ก็ดูงานพวก งานด้าน Sales, Marketing, office Management, Analyse, or research ค่ะ จากนั้นลิสท์ความสามารถและประสบการณ์ของตัวเองตั้งแต่อายุ 15 เลยค่ะว่าทำอะไรบ้าง จากนั้นนั่งเขียนว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นทักษะ เช่น Sales Skill, Attention to details, Team player, Ability to handle pressure หรือแม้แต่ leadership จากนั้นอธิบายและยกตัวอย่างจากที่เคยทำมาแล้วนะคะ อันนี้ยาวถ้าให้อธิบายให้ผู้อ่านฟังคงที่ไม่พอ ยังไงอีเมล์มาติดต่อได้ถ้าต้องการคำแนะนำค่ะ ยินดีช่วยเหลือค่ะ แล้ว ก็เริ่มเขียนประสบการณ์ทำงานของตัวเองเลย จากนั้นก็มีย่อหน้าสรุปหลังจากอธิบายหน้าที่ทุกงานว่า Acheivement หลังจากที่ทำงานตำแหน่งนั้นๆมีอะไรบ้างเช่น เคยทำงานการตลาดที่ใหม่ต่อตลาดมากๆ และหลังจากทำการแนะนำตลาด ยอดขายพุ่ง 50% ภายในระยะเวลา 3 เดือน อะไรประมาณนั้นนะคะ ซึ่งตรงนั้นถือว่าเป็นสรุป ว่าเราต่างจากคนอื่นอย่างไร ซึ่งตอนนี้งานที่เชอรี่ทำอยู่ปัจจุบันมีการคัดเลือกพนักงานด้วย ตรงนี้เชอรี่จะเข้าใจเลยว่า ถ้าเราจะรับคนมาทำงาน มีคู่แข่ง 2 คนนะคะ ถ้าทำงานมาเหมือนกันหมด ถ้าคนนึงสามารถบอกเรามาเลยว่าตอนเค้าทำงานแล้วเค้าประสบความสำเร็จอย่างไร ทำอะไรมาแล้วบ้าง คนนั้น น่าจะเรียกมาสัมภาษณ์มากกว่าอีกคนค่ะ ที่อังกฤษแต่ละ งานจะมีคนส่งเรซูเม่ มาสมัครเยอะมากๆ เยอะจริงๆ ที่ทำงานเชอรี่เคยลงหารีเซฟชั่น วันนึงมีมาประมาณร้อยฉบับขึ้นไป เราก็ต้องอ่านทุกฉบับแต่ว่าเราต้องคัดที่เข้าตาและน่าสัมภาษณ์จริงๆ ไม่มีเวลาเรียกมาสัมภาษณ์ทั้งหมดหรอกค่ะ ตอนมาสัมภาษณ์ ก็เหมือนทั่วๆไปค่ะ พยายามตอบคำถามและโชว์ความสามารถให้ดีที่สุดค่ะ ที่สำคัญที่สุด

งานที่ทำอยู่ปัจจุบันใช้ทักษะหลายๆอย่างมารวมกัน หน้าที่คือ ดูแลให้เช่า ออฟฟิศในตึก ซึ่งต้องทำการตลาดก่อน และ จากนั้นก็โชว์ห้อง จากนั้นก็ให้เช่า หรือว่าทำสัญญานั่นเอง แต่บริษัทที่ทำอยู่เป็นบริษัทเล็กๆ ดังนั้นความรับผิดชอบของตัวเองไม่ได้อยู่แค่นั้้น หลังจากที่ลูกค้าเข้ามาแล้ว เราก็ต้องคอยดูแล สาระทุกข์สุขดิบ จัดการทำใบเรียกเก็บเงิน ใบเสร็จ จัดการเกี่ยวกับ พวก อินเตอร์เนต โทรศัพท์ เบื้องต้น เพราะเวลาลูกค้าเข้าหรือออก เราตั้ง set up ให้เค้าทั้งหมดค่ะ อีกทั้งตำแหน่งนี้ควบ เป็น Facilities Manager ด้วยดังนั้นเชอรี่ต้องคอยดูแลตึกด้วย เช่น สัญญากับพวก contractor เช่น Lift, Alarm, Electrician, Builder, Window Cleaner, Cleaner พวกนี้นะ ตามยากมากๆ อะไรเสียนิดหน่อยก็ต้องตามพวกเค้า พวกคนอังกฤษก็แปลก ถ้างานเล็กๆ เค้าไม่สนใจทำค่ะ เพราะว่าจำนวนของผู่ให้บริการน้อยกว่าค่ะ คนอังกฤษเรียน จบมาก็ทำงานนั่งโต๊ะกันเยอะ ดังนั้น พวกที่ทำหน้าที่ให้บริการพวกนี้มีจำนวนน้อย ซึ่งกว่าจะตามได้แต่ละคนแสนจะยากเย็นเข็ญใจ บางทีแทนที่จะเอาเวลาไปทำอย่างอื่น ต้องคอยมาโทรตามพวกที่ต้องมาซ่อมหรือว่าแก้ปัญหาที่เกิดค่ะ เพราะว่าโทรตามแล้วไม่มากันค่ะ

งานอีกอย่างคือ ดูแล Heath & Safety อันนี้สำคัญ และต้องเทรนด้วยเพราะไม่ได้เป็นสิ่งที่เรียนมา ดังนั้น เราต้องจัดการความปลอดภัยให้ถูกต้องตามกฏระเบียบค่ะ จะทำมั่วๆไม่ได้ค่ะ งาน โดยทั่วไปก็เรื่อยๆค่ะ แต่ปัญหาที่ต้องแก้ก็มีมาเรื่อยๆ เหมือนว่าไม่มีหยุดดังนั้นก็ต้องทำใจ เพราะงานบางอย่างเราทำด้วยตัวเองไม่ได้ ต้องตามเค้ามาแก้ค่ะ ความอดทนต้องมาก่อนเป็นอันดับแรกค่ะ ช่วงแรกๆที่ต้องมารับภาระ ดูแล Facilities นั้นเครียดมากๆ เพราะไม่รู้เรื่องอะไรเลย ตอนนี้ก็เรียนรู้มาเรื่อยๆ ค่ะ ก็พอได้ ส่วนอีกหน้าที่นึงคือ ดูแลจัดหาพนักงาน ก็เป็นฝ่ายบุคคลไปด้วยค่ะ แต่ว่าพนักงานมีแค่ 2-3 คนดังนั้น เราต้องสอนทุกคนให้ทำทุกอย่างเป็นหมด ซึ่งตรงนี้ยาก เพราะบางคนก็ใส่ใจ แต่ตั้งแต่ทำมาจะสังเกตได้ว่าบางทีคนที่นี่ไม่ค่อยใส่ใจ และทำงานไม่ละเอียดค่ะ ซึ่งตรงนี้ก็ต้องมาแก้งานให้พวกเค้าอีกค่ะ ไม่ง่ายนะคะ โดยเฉพาะ ลูกน้องที่นี่ งานตำแหน่งเล็กๆ เงินเดือนไม่สูงเค้าก็ทำไปวันๆค่ะ เค้าไม่กลัวตกงานเพราะว่ารัฐบาลเค้ามีเงินเลี้ยง ดังนั้น บางทีก็ต้องทำใจค่ะ ต้องคอยตรวจงานเองด้วยทุกครั้งเพื่อไม่ให้ผิดพลาดค่ะ ถ้าถามว่าชอบไหมคงต้องบอกว่า ตอนแรกก็ชอบค่ะ เพราะว่าเป็นงานที่ตนเองเคยมีประสบการณ์ ในการตลาดการขาย และ Office Management มาก่อน แต่พอต้องมาดูแลทั้งตึกค่อนข้างเครียดค่ะ เพราะเป็นงานเหมือนงานผู้ชายค่ะ ค่อนข้างเครียดค่ะ แต่ตอนนี้ก็เริ่มชินแล้วค่ะ สิ่งที่ชอบคืองานที่ทำค่อนข้างอิสระ ทางเจ้านายค่อนข้างเปิดกว้างและเราสามารถแสดงความสามารถได้เต็มที่ซึ่งตรง นี้ เค้าก็เห็นค่ะ และยกย่องมาตลอด ได้วันหยุดมากกว่าที่ไทยมากๆคือ ได้ปีละหนึ่งเดือนค่ะ ส่วนลาป่วยได้อีกด้วยค่ะ ซึ่งตรงนี้ ช่วยแก้เครียดไปได้อีกเยอะค่ะ ทำงานกับคนอังกฤษ เค้าจะให้เราเลิกงานตรงเวลาค่ะ ไม่มีมาให้คะแนนความเก่งเพราะว่าอยู่ทำงานถึงดึกดื่น ถ้างานเสร็จ 5 โมงเย็นคุณก็ต้องกลับตอนนั้น ไม่มีมาขอให้ทำถึงดึกๆค่ะ งานตรงนี้คงทำไปอีกซักพักค่ะ เพราะว่าตอนนี้ได้วางแผนงานส่วนตัวของตัวเองไว้แล้ว (งานเอเจนซี่) ถ้าบริษัทโตมากขึ้นเมื่อไหร่ก็คงมีโอกาสได้กลับมาบริหารที่ไทยบ้างเป็นครั้ง คราวค่ะ

งานเอเจนซี่ทางด้านการศึกษา

ธุรกิจตรงนี้เป็นของตัวเองที่เป็นหุ้นกับชาวอังกฤษค่ะ เอเจนท์ชื่อ แอดไวส์ฟอร์ยูค่ะ (Advice For You) งานตรงนี้ทำด้วยใจรักค่ะ เพราะว่าตนเองได้ให้คำปรึกษาน้องๆที่มาอยู่ที่อังกฤษ บ่อยมากๆ เชอรี่ให้คำปรึกษาแก่ผู้ที่สนใจในเรื่องการเรียน การใช้ชีวิตอยู่ในประเทศอังกฤษ โดยใช้ช่องทางการสื่อสารทางอินเตอร์เนท จากประสบการณ์ในการช่วยเหลือเพื่อนๆ แนะนำ และ แก้ไขปัญหาตั้งแต่ในเรื่องการเลือกโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย การสมัครเรียน การขอวีซ่า จนกระทั่งเรื่องการใช้ชีวิตประจำวันในประเทศอังกฤษ ทำให้เล็งเห็นถึงปัญหาของศูนย์แนะแนวการศึกษาต่อที่มีสำนักงานอยู่ที่ประเทศ ไทยว่า โดยส่วนใหญ่ไม่สามารถตอบสนองความต้องการและช่วยเหลือให้คำแนะนำแก่นักเรียน ได้อย่างเต็มที่และทันท่วงที เนื่องจากไม่มีสำนักงานและที่ปรึกษาในประเทศอังกฤษซึ่งเข้าใจปัญหาของนักเรียนอย่างแท้จริง Advice For You จึงตั้งขึ้นเพื่อเติมเต็มช่องว่างในส่วนนี้ โดยยังคงจุดมุ่งหมายและอุดมการณ์เริ่มแรก คือเพื่อช่วยเหลือและให้คำแนะนำแก่นักเรียนโดยผู้ที่มีประสบการณ์และผ่าน ปัญหาเหล่านั้นมาก่อน ที่บริษัทจะมีนักเรียนหลายสัญชาติมาติดต่อ เช่นคนยุโรปบ้าง จีนบ้าง อเมริกาใต้บ้าง แต่ตัวเชอรี่จะแนะนำเด็กไทยซะเป็นส่วนใหญ่ค่ะ งานตรงนี้ถือว่าค่อนข้างสนุกเพราะว่าเราได้ทำงานช่วยเด็กไทยอย่างแท้จริง การให้คำแนะนำก็เป็นเรื่องที่ตนเองผ่านประสบการณ์ที่ยากลำบากมาก่อน ดังนั้นทุกครั้งที่ช่วยน้องๆ ตัวเองจะรู้สึกมีความสุขค่ะ และงานตรงนี้เราไม่ทำการตลาดใหญ่ดังนั้นการให้บริการจะเป็นกันเองมากๆ แบบพี่ๆน้องๆค่ะ ซึ่งน้องๆจะได้รับบริการจากเจ้าหน้าที่ของเราที่เมืองไทยและตัวเชอรี่เอง เพราะว่าเราเป็นบริษัทในอังกฤษ เราจะมีโปรโมชั่นที่แตกต่างไปจากที่อื่น อีกทั้งโรงเรียนก็จะเป็นโรงเรียนที่ต่างไปด้วย จะไม่ค่อยมีคนไทยค่ะ ซึ่งตรงนี้นักเรียนจะได้ฝึกฝนภาษาอย่างมากในระดับหนึ่งเชียวค่ะ เชอรี่จะโทรคุยกับน้องๆทุกคนด้วยตนเอง จะเน้นในด้านการแนะนำคอร์สที่เหมาะสม เมืองที่เหมาะสม และคำแนะนำและเตรียมตัว ตั้งแต่เรียนภาษาที่จะทำให้เข้ามหาวิทยาลัยได้ในเวลาที่จำกัด เพราะเชอรี่ดูแลเด็กอยู่ที่นี่ดังนั้นการเลือกคอร์สที่เหมาะสมมาจากเมืองไทย ถือว่าสำคัญมาก เพราะไม่อย่างนั้น เราก็ต้องมาคอยตามแก้ปัญหากันเมืื่อมาถึงที่นี่แล้ว ซึ่งจะพยายามไม่ให้เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นค่ะ นักเรียนของเราทุกคน แฮปปี้ค่ะ เพราะว่าเชอรี่จะคอยดูแล ตั้งแต่ไปรับที่สนามบิน ดูแล และช่วยจัดหาที่พักให้ แนะนำเรื่องการเรียนต่อเนื่อง แนะนำเรื่องที่พักเมื่อมาถึงที่นี่แล้ว และ ช่วยแนะนำเรื่องการหางานพิเศษด้วยค่ะ ซึ่งถือว่าตรงนี้เป็นจุดเด่นของเราค่ะ

Students Talk